การดูแลและช่วยเหลือผู้โดยสารพิเศษจาก Scoot


เที่ยวบินที่เดินทางออกจากหรือมาถึงสนามบินที่ไม่ใช่สนามบินของสหรัฐอเมริกา

ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ หากต้องการทราบว่าคุณอยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่ โปรดไปที่คำถามที่ถามบ่อย หัวข้อ ‘ความต้องการและความช่วยเหลือพิเศษ’.

ถ้าคุณต้องการร้องขอความช่วยเหลือพิเศษ คุณจะต้องกรอกแบบฟอร์มนี้ให้ครบถ้วน.

ผู้โดยสารทุพพลภาพ

ในขณะที่เราได้จัดเตรียมความช่วยเหลือ รวมถึงรถเข็น และอุปกรณ์ยกรถเข็น (มีให้บริการที่สนามบิน) จากจุดเช็คอินไปจนถึงการขึ้นเครื่อง หรือที่นั่งบนเครื่อง ผู้โดยสารจะต้องสามารถที่จะเดินทางด้วยได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ รวมถึงมีความสามารถในการดูแลรักษาตนเอง, รับประทานอาหารและเข้าห้องน้ำได้ ทั้งนี้เนื่องด้วยข้อจำกัดในการช่วยเหลือที่เราจัดเตรียมให้ อันเนื่องมาจากความสามารถของพนักงานบริการบนเครื่อง, ขนาดของเครื่องบิน, กฎระเบียบด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และนโยบายด้านความปลอดภัย .

บางครั้งบางคราว เครื่องบินของสกู๊ตจะไปจอดที่เบย์ ซึ่งจะไม่สามารถขึ้นและลงเครื่องด้วยสะพานเทียบเครื่องบิน หรืองวงช้าง.

ถ้าคุณไม่สามารถเดินทางด้วยตัวเองได้ เราอาจจะขอให้คุณต้องมีผู้โดยสารที่เดินทางไปด้วย เพื่อคอยให้ความช่วยเหลือเมื่อคุณต้องการ.

หากคุณมีปัญหาในการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีผลต่อความสามารถในการขึ้นหรือลงจากเครื่องหากไม่มีผู้ช่วย หรือมีปัญหาในการได้ยินหรือมองเห็น คุณจะต้องแจ้งให้ Scoot ทราบผ่านทางศูนย์คอลเซ็นเตอร์ของเรา โปรดแจ้งข้อมูลนี้ในตอนที่จองตั๋วเครื่องบินหรืออย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนวันออกเดินทาง แล้วแต่ว่าจะถึงเวลาใดก่อน.

ในกรณีที่ผู้โดยสารมีปัญหาในการเคลื่อนไหวร่างกายหรือการมองเห็น เราจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการจองผ่านทางศูนย์คอลเซ็นเตอร์.

หากคุณไม่ได้แจ้งให้เราทราบภายในกรอบเวลาที่กำหนด อาจมีผลทำบริการดังกล่าวไม่พร้อมให้บริการ ณ สนามบินที่ระบุ และ/หรือคุณอาจโดนปฏิเสธไม่ให้โดยสาร เราไม่รับผิดชอบต่อบริการหรือความช่วยเหลือพิเศษที่ให้บริการไม่ได้ใด ๆ และ/หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของความช่วยเหลือพิเศษที่คุณอาจจำเป็นต้องใช้โดยไม่ได้แจ้งให้เราได้ทราบล่วงหน้าก่อนเวลาออกเดินทางตามตารางของเที่ยวบินอย่างน้อย 48 ชั่วโมง

ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หากท่านต้องการความช่วยเหลือเพื่อไปยังหรือลงจากเครื่องบิน แม้ว่าท่านจะสามารถเดินทางด้วยรถเข็นของท่านเอง ท่านจำเป็นต้องลงทะเบียนรถเข็นของท่านเป็นสัมภาระที่ต้องลงทะเบียนเมื่อออกเดินทาง บริษัทฯ สามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยัง หรือออกจากเครื่องบินให้แก่ผู้โดยสารได้ ท่านสามารถรับรถเข็นของท่านคืนได้ที่สายพานรับสัมภาระเมื่อเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง

 

ค่าธรรมเนียมเก้าอี้รถเข็น หมายรวมถึงความการให้บริการช่วยเหลือระหว่างสนามบินและสะพานเทียบเครื่องบิน/บันไดเทียบจุดจอดเครื่องบินระยะไกล คุณจะต้องสามารถเดินขึ้นบันไดไปยังเครื่องบิน (ถ้าจำเป็น) และสามารถเดินตามทางไปยังที่นั่งของคุณ

*ค่าธรรมเนียมอุปกรณ์ยกรถเข็น หมายรวมถึงการให้บริการช่วยเหลือด้านรถเข็นไปยังสะพานเทียบเครื่องบิน/บันไดเทียบจุดจอดเครื่องบินระยะไกล รวมถึงการช่วยเหลือเพิ่มเติมในการขึ้น/ลงเครื่องบิน หรือไปยังที่นั่งของคุณ (มีให้บริการในบางเส้นทาง)

*เนื่องด้วยข้อจำกัดของสนามบิน สนามบินต่อไปนี้จะไม่มีบริการยกพิเศษไว้ให้บริการ: อิโปห์, กวนตัน, อัมริตสาร์, ลังกาวี และกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ด้วยเหตุนี้ ทางสกู๊ตจะสามารถอำนวยความสะดวกต่อคำร้องขอให้ได้เฉพาะกับผู้โดยสารที่จำเป็นต้องใช้เพียงรถเข็นในการเดินทางไปยัง/ออกจากเครื่องบิน และสามารถเดินขึ้น/ลงขั้นบันไดรวมถึงเดินไปยัง/ออกจากที่นั่งของตนเองในห้องโดยสารได้เท่านั้นในสนามบินดังกล่าว

สำหรับผู้โดยสารที่นำรถเข็นแบบชาร์จแบตเตอรี่มาด้วย คุณสามารถตรวจสอบกฎระเบียบ IATA เกี่ยวกับรถเข็นที่ทำงานด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ของคุณ สำหรับการเตรียมตัวเพื่อการเดินทางของคุณ.

อุปกรณ์ช่วยเหลือในการเคลื่อนไหว เช่น ไม้ค้ำ, ไม้เท้า (รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้งานสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการมองเห็น) และอุปกรณ์ช่วยเดินแบบพับได้ จะได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องมาได้ และจะต้องถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยที่ช่องวางของเหนือศีรษะบนเครื่องบิน, ใต้ที่นั่งด้านหน้าของคุณ หรือพื้นที่จัดเก็บที่ได้รับอนุญาต (ถ้ามี) ก่อนที่เครื่องบินจะขึ้นบิน, ลงจอด และเมื่อไม่ได้ถูกใช้งาน การขนส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือในการเคลื่อนไหวจะต้องผ่านการตรวจสอบเพื่อการรักษาความปลอดภัย และได้รับการยอมรับจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น.

ทั้งนี้ อุปกรณ์ช่วยเหลือในการเคลื่อนไหว และอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่นๆ จะไม่ถูกนับรวมในข้อจำกัดสัมภาระขึ้นเครื่อง.

เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย จึงไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์ช่วยเดินที่ไม่สามารถพับได้ขึ้นไปบนเครื่องบิน และจะต้องจำไปผ่านการเช็คอิน ซึ่งเมื่อนำอุปกรณ์ช่วยเดินเหล่านี้ไปเช็คอิน ก็จะไม่ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของน้ำหนักสัมภาระเช็คอินที่ได้รับอนุญาตของคุณ.

ความพิการทางสายตา1

ผู้โดยสารที่พิการทางสายตา อาจจะเดินทางไปกับเที่ยวบิน Scoot ทั้งแบบที่เดินทางอิสระคนเดียวหรือมีผู้ติดตามเป็นผู้ใหญ่ที่ร่วมเดินทาง/ผู้ดูแล ทั้งนี้บริการอำนวยความสะดวก* เป็นสิ่งจำเป็นถ้าคุณไม่มีผู้ใหญ่ที่เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง/ผู้ดูแล ติดตามไปด้วย ผู้โดยสารที่เดินทางอิสระคนเดียว จะต้องสามารถดูแลตนเองในเรื่องส่วนตัวที่จำเป็นได้ ซึ่งรวมถึงการเข้าห้องน้ำด้วยตนเอง, การดูแลจัดการเกี่ยวกับยารักษาโรคของตนเอง (ถ้ามี) และการรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มโดยปราศจากการช่วยเหลือ กรุณาติดต่อศูนย์คอลเซ็นเตอร์ของเรา อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง เพื่อที่เจ้าหน้าที่ของเราจะได้รับทราบและสามารถจัดเตรียมความช่วยเหลือที่จำเป็นได้ ซึ่งหมายรวมถึง:

  • การช่วยเหลือเรื่องการกำหนดที่นั่ง ในกรณีที่จำเป็น
  • การจัดเตรียมการสรุปเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล และ
  • การช่วยเหลือด้วยการระบุมื้ออาหารและการเปิดกล่องอาหารในระหว่างเที่ยวบิน

1ที่นั่งช่วงต่อระหว่างชั้นที่นั่ง (Bulkhead Seats) และที่นั่งที่ใกล้ทางออกฉุกเฉินจะไม่สามารถให้บริการสำหรับคุณ.

ความพิการทางการได้ยิน1

ผู้โดยสารที่พิการทางการได้ยินอาจจะเดินทางไปกับเที่ยวบิน Scoot แบบเดินทางอิสระคนเดียวได้ โดยผู้โดยสารที่เดินทางอิสระคนเดียวจะต้องสามารถดูแลตนเองในเรื่องส่วนตัวที่จำเป็นได้ ซึ่งรวมถึงการเข้าห้องน้ำด้วยตนเอง, การดูแลจัดการเกี่ยวกับยารักษาโรคของตนเอง (ถ้ามี) และการรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มโดยปราศจากการช่วยเหลือ.

1นั่งช่วงต่อระหว่างชั้นที่นั่ง (Bulkhead Seats) และที่นั่งที่ใกล้ทางออกฉุกเฉินจะไม่สามารถให้บริการสำหรับคุณ.

สุนัขช่วยเหลือผู้พิการ

คุณต้องการนำสุนัขช่วยเหลือผู้พิการขึ้นเครื่อง กรุณาแจ้งให้เราทราบเมื่อคุณจองตั๋วหรืออย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง แล้วแต่ว่าจะถึงเวลาใดก่อน ผ่านทางศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ของเรา .

การบริการอำนวยความสะดวก* เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าคุณไม่มี ผู้ดูแลติดตามไปด้วย และเนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เราสามารถบรรทุกสุนัขช่วยเหลือ (Service Dogs) ได้มากที่สุดเป็นจำนวนสองตัวเท่านั้น บนแต่ละเที่ยวบิน.

สุนัขช่วยเหลือผู้พิการ

* บริการอำนวยความสะดวกเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้โดยสารที่พิการทางสายตา ที่ไม่มีเพื่อนร่วมเดินทาง/ผู้ดูแล ติดตามไปด้วย หรือเดินทางท่องเที่ยวพร้อมด้วยสุนัขช่วยเหลือ โดยการบริการนี้จะจัดเตรียมความช่วยเหลือ นับตั้งแต่การเช็กอินไปจนถึงการขึ้นเครื่องที่ประตูขึ้นเครื่องเพื่อออกเดินทาง และตั้งแต่ประตูผู้โดยสารขาเข้าไปยังโถงรับรองผู้โดยสารขาเข้า สำหรับผู้โดยสารที่มีการหยุดพักเปลี่ยนเครื่อง การบริการนี้จะช่วยจัดเตรียมความช่วยเหลือนับตั้งแต่ผู้โดยสารขาเข้ามาถึง ไปจนถึงด่านตรวจสำหรับเปลี่ยนเครื่อง/ จุดตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยไปจนถึงประตูขึ้นเครื่องที่สถานีเปลี่ยนเครื่อง นอกเหนือจากการบริการที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ที่สถานีต้นทางและสถานีปลายทาง.

ผู้โดยสารที่มีปัญหาสุขภาพ

คุณต้องมีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะเดินทางด้วยตนเอง หรือมีผู้โดยสารติดตามคอยให้ความช่วยเหลือคุณ.

สภาพทางการแพทย์บางอย่างอาจจะต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติก่อนจะขึ้นบินกับเราได้ แค่กรอกแบบฟอร์ม Medical Information Form (MEDIF) และส่งมาให้เราทางออนไลน์ที่ online อย่างน้อย 5 วันทำการก่อนวันเดินทางของคุณ

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา (Portable Oxygen Concentrators: POC) และเครื่องเป่าความดันลมขยายทางเดินหายใจ(Continuous Positive Air Pressure: CPAP)1

เราอนุญาตให้นำเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา (Portable Oxygen Concentrators: POC) ที่ผ่านการรับรองจาก FAA ขึ้นเครื่องได้ ตราบเท่าที่อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถเก็บไว้ในพื้นที่ว่างขนาดจำกัดใต้ที่นั่ง และเนื่องด้วยพื้นที่ว่างขนาดจำกัดใต้ที่นั่งนี้ จึงมีเพียงอุปกรณ์ POC รุ่น Lifestyle, Freestyle และ Trooperเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตใน ScootPlus ทั้งนี้ไม่ได้มีข้อจำกัดเกี่ยวกับรายการรุ่นของเครื่อง POC ที่ได้รับการรับรองให้นำขึ้นเครื่องสำหรับชั้นประหยัด อย่างไรก็ตามโปรดไปที่ รายการรุ่นของเครื่อง POC ที่ได้รับการรับรองจาก FAA เพื่อตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของคุณสามารถใช้งานได้บนเที่ยวบินของคุณหรือไม่.

สำหรับเครื่องเป่าความดันลมขยายทางเดินหายใจ (Continuous Positive Air Pressure: CPAP) ทุกรุ่น สามารถใช้งานบนเที่ยวบินของเราได้.

การใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวบนเที่ยวบิน อุปกรณ์ของคุณ (เครื่อง POC หรือเครื่อง CPAP) จะต้องสามารถเก็บไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าของคุณ ถ้าอุปกรณ์ของคุณไม่สามารถวางเก็บไว้ใต้ที่นั่งได้ คุณจะไม่สามารถใช้งานอุปกรณ์ระหว่างเที่ยวบินของคุณได้ แต่คุณจะยังสามารถพกพาขึ้นเครื่อง และเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ.

เครื่อง POC และเครื่อง CPAP ของคุณจะต้องสามารถผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเอง โดยใช้แบตเตอรี่แบบเจล หรือแบบแห้ง เราอาจจะไม่สามารถจัดเตรียมการจ่ายพลังงานในเที่ยวบินให้กับอุปกรณ์ดังกล่าวได้ ดังนั้น โปรดนำแบตเตอรี่ที่จะให้พลังงานอย่างน้อย 150% ของระยะเวลาในการเดินทางของเที่ยวบิน เช่น สำหรับเที่ยวบินที่ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง คุณจำเป็นต้องเตรียมแบตเตอรี่จ่ายไฟสำหรับ 15 ชั่วโมง ถ้าแบตเตอรี่แต่ละก้อนอยู่ได้นาน 5 ชั่วโมง คุณจะต้องเตรียมแบตเตอรี่ 3 ก้อน เป็นต้น.

ทั้งนี้อาจจะมีข้อจำกัดเพิ่มเติม ถ้าอุปกรณ์ของคุณใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม ดังนั้น โปรดตรวจสอบข้อจำกัดได้ที่นี่.

ผู้โดยสารมีหน้าที่รับผิดชอบในการใช้งานเครื่อง POC / CPAP ซึ่งทางลูกเรือจะไม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวแทนผู้โดยสาร และในระหว่างที่เกิดการลดแรงดันอากาศ ผู้โดยสารจะต้องเปลี่ยนมาใช้หน้ากากออกซิเจนที่ตกลงมา.

การขนส่ง และการใช้งานชุดออกซิเจนเสริม (SOK) ถูกห้ามบนทุกเที่ยวบินของสกู๊ต ยกเว้นการจองที่มาพร้อมกับบริการเปล บนเส้นทางสิงคโปร์ - เจดดาห์ และเจดดาห์ - สิงคโปร์

1ที่นั่งช่วงต่อระหว่างชั้นที่นั่ง (Bulkhead seat) และที่นั่งที่อยู่บนแถวทางออกฉุกเฉินจะไม่เปิดให้บริการสำหรับคุณ.

เที่ยวบินที่ให้บริการโดยสารการบินพันธมิตร

หากในรายละเอียดการเดินทางที่ออกโดย Scoot ระบุว่าท่านต้องเดินทางด้วยเที่ยวบินที่ให้บริการโดยสายการบินพันธมิตร ท่านสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอรับบริการเสริมในเที่ยวบินดังกล่าว ผ่านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ของสายการบินนั้นๆ บริษัทฯ ไม่สามารถอำนวยความสะดวกด้านบริการความช่วยเหลือพิเศษในเที่ยวบินที่ให้บริการโดยสายการบินพันธมิตรได้.

 

ความช่วยเหลือด้านการเคลื่อนไหว

กฎระเบียบ IATA สำหรับการขนส่งรถเข็นที่ทำงานด้วยพลังงานแบตเตอรี่.

รถเข็นที่/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว ที่ทำงานด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ข้อกำหนด
ความสูงสูงสุดของรถเข็นเท่ากับ 116 ซม. สำหรับเครื่องบิน A320.
แบตเตอรี่แบบแห้งแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถถอดออกได้
  1. แบตเตอรี่จะอยู่ค้างในอุปกรณ์และถูกติดอยู่กับรถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว
  2. ปลายของแบตเตอรี่จะต้องถูกป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ด้วยฉนวนหุ้มปลาย (เช่น การพันเทปส่วนปลายที่โผล่ออกมา)
  3. รถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวจะต้องถูกปิดการทำงาน และถูกป้องกันไม่ให้ถูกเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ
แบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกได้
  1. แบตเตอรี่จะต้องถูกถอดออก แล้วรถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวอาจจะถูกเช็คอินโดยไม่มีบังคับ
  2. แบตเตอรี่ที่ถูกถอดออกจะต้องถูกป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรโดยการหุ้มฉนวนที่ปลาย และพาพาไว้ในบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรงทนทาน ซึ่งจัดเตรียมมาโดยผู้โดยสาร
  3. แบตเตอรี่ที่อยู่ในกระเป๋าป้องกันจะต้องถูกเช็คอิน
แบตเตอรี่แบบเปียกรถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวที่สามารถจัดเก็บได้ในแนวตั้ง
  1. แบตเตอรี่จะติดอยู่กับรถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว โดยถูกปิดหุ้มภายในบรรจุภัณฑ์ที่เก็บแบตเตอรี่ซึ่งจัดเตรียมมาโดยผู้โดยสาร
  2. ปลายของแบตเตอรี่จะต้องถูกป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ด้วยฉนวนหุ้มปลาย (เช่น การพันเทปส่วนปลายที่โผล่ออกมา)
  3. รถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวจะต้องถูกปิดการทำงาน และถูกป้องกันไม่ให้ถูกเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ
รถเข็น / อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถจัดเก็บแบบตั้งตรง
  1. แบตเตอรี่จะต้องถูกถอดออกมาและพกพาอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรง ทนทาน และป้องกันการรั่วไหล ซึ่งจะต้องถูกนำไปเช็คอิน ส่วนรถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเดินอาจจะถูกเช็คอินโดยไม่มีข้อบังคับ
  2. แบตเตอรี่จะต้องถูกป้องกันไม่ให้เกิดการลัดวงจรโดยการหุ้มฉนวนที่ปลาย
  3. แบตเตอรี่จะต้องถูกยึดวางตั้งตรงในบรรจุภัณฑ์ป้องกัน และล้อมรอบด้วยวัสดุดูซับที่ใช้งานได้
  4. บรรจุภัณฑ์เหล่านี้จะต้องถูกทำเครื่องหมาย “แบตเตอรี่เปียก กับรถเข็น” หรือ “แบบเตอรี่เปียก กับอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว” และมีฉลากติดว่า “กัดกร่อน” และ ฉลาก “การจัดวางบรรจุภัณฑ์” ที่จัดเตรียมโดยผู้โดยสาร
แบตเตอรี่เซลล์แห้ง
  1. ไม่มีข้อบังคับ
  2. รถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวควรจะถูกเช็คอิน
  3. รถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวจะต้องถูกปิดการทำงาน และถูกป้องกันไม่ให้ถูกเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ
แบตเตอรี่ลิเธียมแบตเตอรี่ลิเยมจะต้องเป็นประเภทที่ตรงตามข้อกำหนดของการทดสอบแต่ละการทดสอบในคู่มือ UN ของการทดสอบและหลักเกณฑ์ ส่วนที่ III ส่วนย่อยที่ 38.3

แบตเตอรี่ที่ไม่สามารถถอดออกได้

  1. แบตเตอรี่จะคงอยู่ในอุปกรณ์และถูกยึดติดไว้กับรถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว โดยถูกปิดหุ้มภายในบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เก็บแบตเตอรี่
  2. ปลายแบตเตอรี่ต้องถูกป้องกันไม่ให้เกิดการลัดวงจรโดยการหุ้มฉนวนที่ปลาย (เช่น การพันเทปส่วนปลายที่โผล่ออกมา)
  3. รถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวจะต้องถูกปิดการทำงาน และถูกป้องกันไม่ให้ถูกเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  4. ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับพิกัดกำลังไฟฟ้า (WH) ของแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกได้

  1. แบตเตอรี่จะต้องถูกถอดออกมาและถูกป้องกันไม่ให้เกิดการลัดวงจรโดยการหุ้มฉนวนที่ปลาย ส่วนรถเข็น/อุปกรณ์ช่วยเดินอาจจะถูกเช็คอินโดยไม่มีข้อบังคับ
  2. แบตเตอรี่ที่ถูกถอดออกมาจะต้องถูกป้องกันความเสียหายโดยวางไว้แยกต่างหากในกระเป๋าป้องกัน ซึ่งจัดเตรียมโดยผู้โดยสาร และถูกพกพาเป็นสัมภาระขึ้นเครื่อง
  3. ปลายของแบตเตอรี่จะต้องถูกป้องกันไม่ให้เกิดการลัดวงจรโดยการหุ้มฉนวนที่ปลาย (เช่น การพันเทปส่วนปลายที่โผล่ออกมา)
  4. พิกัดกำลังไฟฟ้าของแบตเตอรี่จะต้องไม่เกิน 300 Wh* หรือเป็นแบตเตอรี่สำรองที่ไม่เกิน 160 Wh ต่อหนึ่งก้อน
  5. แบตเตอรี่สำรองหนึ่งก้อนจะต้องมีพิกัดกำลังไฟฟ้าไม่เกิน 300 Wh หรือเป็นแบตเตอรี่สำรองที่มีพิกัดกำลังไฟฟ้าไม่เกิน 160 Wh อาจจะจะสามารถพกพาขึ้นเครื่อง โดยจะต้องถูกพกพาเป็นสัมภาระขึ้นเครื่อง
  6. *วัตต์-ชั่วโมง (Wh) = กระแสไฟฟ้า-ชั่วโมง (Ah) x แรงดันไฟฟ้า (V)